“ลูคัส” นำทัพ “หงษ์แดง” บุกถิ่นพลีมัธ ผ่านเข้ารอบ 4 เอฟเอ คัพ

By | 19/01/2017

ลูคัส เลว่า โหม่งให้ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 ทำให้ทีมสามารถบุกเอาชนะ พลีมัธ อาร์ไกล์ ได้อย่างสวยหรูในเกมส์เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดรีเพลย์ ที่สนามโฮม พาร์ก หลังจากก่อนหน้านี้ เป็นการแข่งขันในถิ่นของลิเวอร์พูลในนัดแรก ซึ่ง พลีมัธ สามารถยันเสมอกับลิเวอร์พูลได้ 0-0 จนนัดรีเพลย์ล่าสุด “หงษ์แดง” เป็นฝ่ายบุกไปเยือนและสามารถเก็บสามแต้ม เข้ารอบ 4 เอฟเอคัพ ต่อไป จากฝีมือการโหม่งอันสุดสวยจาก ลูคัส เลว่า ในนาทีที่ 18

lucas leiva head team fa cup round3

จังหวะสำคัญในเกม

– นาที 18 ลูคัสโหม่งให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0

เกมในครึ่งแรก

ลิเวอร์พูลมาเยือนโฮม พาร์ก ของพลีมัธ อาร์ไกล์ ในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดรีเพลย์ และได้ฟรีคิกก่อนตั้งแต่นาที 4 แต่ยังไม่สามารถทำอะไรได้ แต่พลีมัธก็เล่นเกมเร็วโต้กลับ คาริอุสต้องออกมาเตะบอลออกข้าง

ลิเวอร์พูลได้ลองตั้งป้อมยิงในนาที 8 โดยสเตอร์ริดจ์ แต่โด่งข้ามคาน ลิเวอร์พูลทำเกมเร็ว และโมเรโน่ได้ยิงบ้าง แต่ถูกบล็อก รวมทั้งคูตินโญ่ที่ได้แปในเขตโทษในนาที 11 ก่อนที่วู้ดเบิร์นจะเบียดขึ้นโหม่งและเสียฟาวล์ในจังหวะต่อมา

สเตอร์ริดจ์ถึงบอลก่อนในนาที 12 ก่อนที่จะล้มลง กรรมการไม่ให้จุดโทษ จากนั้นสจ็วร์ตพยายามต่อบอลกับสเตอร์ริดจ์ แต่ยังไม่จะแจ้งพอจะจบสกอร์

ลิเวอร์พูลพยายามต่อบ่อลเพื่อเข้าทำอย่างใจเย็น แต่ยังไม่สามารถหาโอกาสได้ แต่ลิเวอร์พูลมาได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาที 18 จากลูกโหม่งอันเฉียบคมของลูคัส ที่เข้ามาโหม่งที่เสาแรกจากจังหวะเตะมุมของคูตินโญ่

พลีมัธพยายามโต้กลับอย่างรวดเร็ว และเกือบถูกตีเสมอเร็ว แต่คาริอุสพุ่งปัดบอลจากลูกยิงไกลของแครีย์ที่โคนเสาไว้ได้อย่างหวุดหวิดในนาที 20

โกเมซได้ใบเหลืองในนาที 24 หลังเบียดปะทะกับสลูว์ พลีมัธได้ฟรีคิกนอกกรอบในระยะอันตราย แต่สุดท้ายยิงเรียดไม่ตรงกรอบ

lucas-vs-plymouth

คูตินโญ่จ่ายเปลี่ยนแกนให้อาร์โนลด์ได้อย่างสวย ในนาที 28 ก่อนที่อาร์โนลด์จะตวัดเข้ามา แต่สเตอร์ริดจ์ถลำไปก่อน

พลีมัธทำได้ใกล้เคียงมากๆ ในนาที 33 แต่อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์มาขวางจังหวะจบสกอร์ของการิต้าได้อย่างทันควัน จากนั้นพลีมัธได้ฟรีคิก แต่นักเตะลิเวอร์พูลงมาช่วยกันรับอย่างแข็งขัน

ลิเวอร์พูลพยายามทำประตูเพิ่ม หลังจากขึ้นนำ 1-0 แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของพลีมัธที่ลงมากันแน่นกรอบเขตโทษ แต่สกอร์ยังอยู่ที่ 1-0 หลังจบครึ่งแรก

เกมในครึ่งหลัง

พลีมัธลงมาเร่งเกมในครึ่งหลัง ทั้งในจังหวะที่คาริอุสเซฟได้ และในนาที 47 ที่อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ บล็อกลูกจ่ายเข้ากลางของการิต้าไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ลิเวอร์พูลมาเสียฟรีคิกในนาที 50 จากกจังหวะเอจาเรียทำฟาวล์

สเตอร์ริดจ์ ได้โอกาสยิงในนาที 57 จากนอกเขต แต่ไปแฉลบ ส่วน 59 โอริกีได้โอกาสยิงบ้าง แต่ยังไม่ผ่านแม็คคอร์มิค

พลีมัธได้ฟรีคิกในนาที 64 แครรีย์เล่นลูกสูตร แต่เปิดบอลไม่ถึงเพื่อน ลิเวอร์พูลช่วยกันสกัดออกมาได้

คล็อปป์เปลี่ยนแปลงทีมโดยส่งวิลสัน กัปตันอะคาเดมีชุดยู-23 ลงมาแทนคูตินโญ่ และเกือบทำประตูได้ เมื่อแม็คคอร์มิคเตะบอลโด่ง แต่วิลสันเข้ามาบล็อก บอลกระดอนเกือบเข้าประตู

ลิเวอร์พูลเสียฟรีคิก พลีมัธโยนยาว คาริอุสออกมาชกบอลออกหลังในนาที 73 ทีมเสียเตะมุม คาริอุสออกมาตัดบอลแต่ไม่โดน

พลีมัธเกือบทำประตูได้ จากจังหวะที่โยนบอลโด่งมาให้โหม่งตั้ง ก่อนที่เจอร์วิสจะวอลเลย์ แต่บอลไปชนเสา ในนาที 75

จากนั้นคล็อปป์ส่งโอโจ้ลงมาแทนสเตอร์ริดจ์

โมเรโน่ถูกซองโก้สกัดในกรอบ นาที 86 ลิเวอร์พูลได้จุดโทษ แต่โอริกียิงพลาด ทีมยังนำแค่ 1-0 และในนาที 88 วู้ดเบิร์นได้บอลในกรอบ แต่จับบอลไม่ดี จึงไม่ได้โอกาสยิง และโอริกีได้ยิงในนาที 90 แต่แม็คคอมิคออกมาปิดมุม บอลโด่งข้ามคาน

กรรมการเป่าทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 4 นาที แต่ทั้งไม่มีการทำประตูเพิ่ม จบเกมลิเวอร์พูลเข้ารอบ 4 ต่อไป โดยจะพบกับวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

plymouth-vs-liverpool

รายชื่อนักเตะเกมกับพลีมัธ

11 ตัวจริง: คาริอุส, อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, ลูคัส, โกเมซ, โมเรโน่, สจ็วร์ต, เอจาเรีย, คูตินโญ่, วู้ดเบิร์น, โอริกี และสเตอร์ริดจ์

สำรอง: มินโญเลต์, คลาวาน,แรนดัลล์, วิลเลียมส์, อัลเบส, โอโจ้ และวิลสัน

คล็อปป์เปลี่ยนแปลงทีม ถึง 9 คน จากนัดเสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยส่งนักเตะชุดทีเล่นกับพลีมัธ ที่แอนฟิลด์ ลงสนามอีกครั้ง โดยมีคูตินโญ่, โอริกี และสเตอร์ริดจ์ รับบทบาทในแดนหน้า

แหล่งที่มา : http://thailand.liverpoolfc.com/news/latest-news/report19117