“ปืนใหญ่” ขึ้นแท่นลองจ่าฟูง หลังเปิดบ้านชนะเบิร์นลี่ย์ หวุดหวิด 2-1

By | 23/01/2017

Arsenal-vs-Burnley Sbobet Mobile

“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล พลิกล็อกเอาชนะ “เดอะ คลาเร็ตส์” เบิร์นลี่ย์ ด้วยความดราม่า 2-1 หลังได้จุดโทษในช่วงทดเวลานาทีที 90-8 ทำให้ทีมขึ้นแท่นเป็นรองจ่าฟูงด้วยแต้มตามหลังหัวตารางอยู่ 8 คะแนน ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 22 ของฤดูกาล 2016-17 แข่งขันวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2017 เป็นการพบกันระหว่าง อาร์เซน่อล ก่อนลงสนามรั้งอันดับ 4 ของตาราง มีอยู่ 44 คะแนน เปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เบิร์นลี่ย์ ทีมอันดับ 13 ของตาราง มีอยู่ 26 คะแนน โดยการพบกันครั้งแรกในซีซั่นนี้ อาร์เซน่อล บุกชนะ 1-0

ครึ่งแรก

น.10 อาร์เซน่อล ได้โอกาสลุ้นครั้งแรก สโคดราน มุสตาฟี่ พาบอลหนุนเกมรุกขึ้นสูง ก่อนหยอดโด่งเข้าเขตโทษให้ อเล็กซิส สอดมาจากด้านหลังได้โหม่ง แต่โดนเหลี่ยมไม่ดีบอลโด่งข้ามคาน

น.14 อาร์เซน่อล ทำเกมบุกกดดันได้ดีกว่า มีโอกาสลุ้นใกล้เคียง อเล็กซ์ อิโวบี้ จ่ายบอลจากฝั่งขวายัดมาให้ เมซุต โอซิล แต่งบอลเข้าเหลี่ยมซ้ายแล้วปั่นทันทีเหนือเส้น 18 หลามาเล็กน้อย ทอม ฮีตัน พุ่งปัดทิ้งไปได้

น.16 เบิร์นลี่ย์ นานๆ ได้โต้ขึ้นมาบ้าง มีโอกาสลุ้นหวาดเสียว ดีน มาร์นี่ย์ จ่ายบอลยัดขึ้นหน้าให้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ เกี่ยวบอลหลบหนึ่งจังหวะแล้วกดด้วยขวาเต็มข้อจากหน้าเขตโทษ ปีเตอร์ เช็ก ต้องออกแรงปัดทิ้ง

น.23 อาร์เซน่อล ยังสร้างโอกาสลุ้นประตูได้เรื่อยๆ อีกครั้งที่แนวรับทีมเยือนโหม่งสกัดไม่ขาดมาเข้าทาง เมซุต โอซิล วอลเลย์ด้วยซ้ายสวนทันทีตรงเส้น 18 หลา แต่บอลพุ่งเรียดหลุดกรอบออกหลัง

น.40 อาร์เซน่อล เจาะแนวรับทีมเยือนได้ค่อนข้างยาก มีโอกาสลุ้นในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก กรานิต ชาก้า ตักบอลโด่งขึ้นหน้าให้ อเล็กซิส พักอกเอาบอลลงแล้วหมุนตัวยิงด้วยขวาระยะ 23 หลา ทอม ฮีตัน ยังล้มตัวรับได้

น.42 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นใกล้เคียงอีกครั้งในช่วงท้าย บอลเริ่มจากฟรีคิกนอกเขตทางขวา แนวรับทีมเยือนโหม่งสกัดไม่พ้นโดน อเล็กซิส เก็บบอลได้ทางเสาสอง ก่อนล็อกตัดเข้าในแล้วซัดด้วยขวาเต็มๆ บอลหลุดเสาไกล

หมดครึ่งแรก อาร์เซน่อล ยังเสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 0-0

ครึ่งหลัง

น.48 อาร์เซน่อล เปิดเกมบุกกดดันเข้าใส่ทันทีในครึ่งหลัง มีลุ้นหวาดเสียว อเล็กซิส ตักบอลโด่งจากเส้นหลังด้านซ้ายเข้าในให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โหม่งชงย้อนมาให้ อารอน แรมซี่ย์ พยายามดีดลูกส้น แต่บอลข้ามคาน

น.49 อาร์เซน่อล สปีดบอลเร็วมากขึ้น มีโอกาสลุ้นเหน่ง อเล็กซ์ อิโวบี้ พาบอลลากจี้ขึ้นหน้าแล้วถ่ายบอลออกด้านซ้ายให้ อเล็กซิส แต่งบอลตัดเข้าในแล้วซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลยังโด่งข้ามคานไปอีกครั้ง

น.59 อาร์เซน่อล บุกกดดันอยู่นาน จนมาได้ประตูปลดล้อกคลายความกดดัน จากลูกเตะมุมทางด้านขวา เมซุต โอซิล เปิดโค้งเข้าเขตโทษ สโคดราน มุสตาฟี่ สอดขึ้นมาโหม่งที่เสาสอง บอลเปลี่ยนทางหนีมือ ทอม ฮีตัน เสียบเสาสองส่งให้ “เดอะ กันเนอร์ส” ขึ้นนำ 1-0

น.65 อาร์เซน่อล ที่แม้มีประตูตุนไว้แล้ว 1 ลูก กลับต้องเล่น 10 คนในสนาม เมื่อ กรานิต ชาก้า เจตนาพุ่งเปิดปุ่มสตั๊ดใส่ สตีเฟ่น เดอฟูร์ อย่างจงใจ ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกทันที

น.72 เบิร์นลี่ย์ อาศัยตัวผู้เล่นที่มากกว่า ทำเกมบุกขึ้นมาสู้จนมาได้ลูกฟรีคิกระยะหวังผลเกือบกึ่งกลางประตู สตีเฟ่น เดอฟูร์ บรรจงปั่นด้วยขวา บอลโค้งเกือบเช็ดใต้คาน ปีเตอร์ เช็ก ต้องปัดทิ้งข้ามคาน

น.90+3 เบิร์นลี่ย์ ลุยเข้าใส่อย่างหนักในช่วงท้ายเกม จนกระทั่งมาได้จุดโทษในจังหวะที่ ฟรองซิส โกเกอแล็ง หวดเข้าไปที่หน้าแข้ง แอชลี่ย์ บาร์นส์ เต็มๆ ผู้ตัดสินเห็นเหตุการณ์เป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ อันเดร เกรย์ จะรับหน้าที่สังหารแปด้วยขวาเข้าไปตรงกลางประตู ปีเตอร์ เช็ก ตัวถลำไปอีกทางปัดโดนปลายมือเล็กน้อยแต่ไม่พ้น บอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายให้ทีมเยือนตีเสมอ 1-1

น.90+8 เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่เข้าสู่ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 7 อาร์เซน่อล มาได้จุดโทษบ้าง จากจังหวะที่ เบน มี กระโดดยกเท้าสูงจนปลายสตั๊ดไปลูบหน้า โลร็องต์ กอสเชียลนี่ ก่อนที่ อเล็กซิส จะสังหารจุดโทษแบบปาเนนก้าเข้าไปอย่างเหนือชั้นให้ทีมขึนนำ 2-1

จบเกม อาร์เซน่อล เฉือนเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ไปแบบหืดจับ 2-1 เก็บ 3 แต้ม มีเพิ่มเป็น 47 คะแนน ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 2 ได้สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่น อาร์เซน่อล (4-2-3-1)
ปีเตอร์ เช็ก – กาเบรียล เปาลิสต้า, สโคดราน มุสตาฟี่, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล – กรานิต ชาก้า, อารอน แรมซี่ย์ – อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล (เอ็คตอร์ เบลเยลิน น.89), อเล็กซ์ อิโวบี้ (ฟรองซิส โกเกอแล็ง น.69) – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แดนนี่ เวลเบ็ค น.87)
สำรองไม่ได้ใช้
ดาวิด ออสปิน่า – คีแรน กิ๊บบ์ส, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ลูคัส เปเรซ

รายชื่อผู้เล่น เบิร์นลี่ย์ (4-4-2)
ทอม ฮีตัน – แม็ทธิว โลว์ตัน, ไมเคิ่ล คีน, เบน มี, สตีเฟ่น วอร์ด – จอร์จ บอยด์, เจฟฟ์ เฮนดริค (โจอี้ บาร์ตัน น.73), ดีน มาร์นี่ย์ (เจมส์ ทาคอฟสกี้ น.76), สตีเฟ่น เดอฟูร์ (แซม โว๊คส์ น.77) – อันเดร เกรย์, แอชลี่ย์ บาร์นส์
สำรองไม่ได้ใช้
พอล โรบินสัน – จอน ฟลานาแกน, เทนดายี่ ทาริคว่า, ไมเคิ่ล ไคท์ลี่