“สิงโตน้ำเงิน” เชลซี โชวฟอร์มสุดคมถล่ม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล 3-0

By | 06/02/2017

Chelsea vs Arsenal ข่าวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก

“สิงโตน้ำเงิน” เชลซี โชวฟอร์มสุดคมถล่ม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล 3-0 หลังเปิดบ้านพบการมายืนของทีม ปืนใหญ่ ทีมอันดับสามของตารางพรีเมียร์ลีก พบกับทีมจ่าฟูงของตาราง เชลซี ซึ่งถือเป็นคู่บิ๊กแมตซ์ สำหรับการแข่งขันนัดที่ 24 ในสัปดาห์นี้ ก่อนหน้านี้เป็นการพบกันในบ้านของอาร์เซนอล ซึ่งสามารถเอาชนะมาได้ถึง 3-0 ก่อนที่จะแพ้ในถิ่นของเชลซี ทำให้คะแนนในปัจจุบันของทีมจ่าฟูง ขึ้นนำห่างไปถึง 56 คะแนน ห่างจากทีมอันดับสองอยู่ 9 คะแนนด้วยกัน

ครึ่งแรก

น.2 อาร์เซน่อล บีบเกมกดดันสูงจนผู้เล่นเจ้าถิ่นเคาะบอลพลาดเสียให้ เมซุต โอซิล ฉกบอลได้ทางขวา แล้วจ่ายย้อนมาหน้าเขตโทษให้ อเล็กซ์ อิโวบี้ แต่งบอลหาเหลี่ยมปั่นด้วยขวา บอลโค้งหลุดเสาไกลไปนิดเดียว

น.11 เชลซี เปิดเกมบุกแลกขึ้นมา แล้วมาได้ลุ้นจากลุกฟรีคิกระยะไกลทางฝั่งขวา เปโดร เปิดโค้งเข้าไปลุ้นในเขตโทษ แกรี่ เคฮิลล์ สอดขึ้นมาเทกตัวโขกกดลงพื้น แต่บอลแรงโด่งข้ามคาน

น.13 เชลซี ที่เริ่มเข้ากดดันแนวรับผู้มาเยือนได้มากขึ้น ก่อนจะมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เปโดร เปิดบอลจากฝั่งขวาโค้งเข้าเขตโทษให้ ดีเอโก้ คอสต้า เทกตัวโหม่งเต็มศีรษะ บอลเปลี่ยนทางไปชนคานเต็มๆ บอลลอยโด่งไม่หนีจากหน้าปากประตู มาร์กอส อลอนโซ่ โถมตัวขึ้นโหม่งตัดหน้า เอ็คตอร์ เบลเยลิน เข้าไป

น.19 เชลซี สร้างความหวาดเสียวในพื้นที่สุดท้ายได้ดี มีลุ้นอีกครั้ง เมื่อ ดีเอโก้ คอสต้า พาบอลโยกตัดเข้าเขตโทษด้านขวา แล้วตัดสินใจซัดมุมแคบทันที บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย

น.32 เชลซี ยังคงสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับ อาร์เซน่อล อยู่เรื่อย มีลุ้นประตูเพิ่ม มาร์กอส อลอนโซ่ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายตัดเข้าในมาให้ เปโดร ตวัดยิงด้วยซ้ายตามน้ำทันที ปีเตอร์ เช้ก ผวาปัดทิ้งออกไปได้

น.38 อาร์เซน่อล พลาดโอกาสได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย จากลูกเตะมุมสั้นทางด้านขวา เมซุต โอซิล ไหลขวางมาหน้าเขตโทษให้ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ตักโค้งเข้าหาปากประตูให้ กาเบรียล เปาลิสต้า โหม่งคนเดียวโล่งๆ แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ซูเปอร์เซฟปัดทิ้งได้หวุดวหิด

น.45+2 อาร์เซน่อล ได้โอกาสสคัญที่จะตามทวงประตูคืนในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ฟรองซิส โกเกอแล็ง ตวัดบอลเข้าเขตโทษด้านขวาให้ เมซุต โอซิล แต่งบอลตัดเข้าเหลี่ยมซ้ายข้างถนัด แล้วยิงยัดทันที แต่ กูร์กตัวส์ ยังเซฟเอาไว้ได้

หมดครึ่งแรก เชลซี นำ อาร์เซน่อล 1-0

ครึ่งหลัง

น.51 เชลซี ขึงเกมบุกอยู่ในแดนคู่แข่ง ก่อนที่จะได้โอกาสลุ้นจากลูกยิงไกล เอแด็น อาซาร์ ล็อกหลบ ฟรองซิส โกเกอแล็ง จนหัวทิ่ม ก่อนลองกดด้วยขวาระยะ 25 หลา แต่บอลโด่งข้ามคาน

น.53 เชลซี โจมตีทุกทิศทุกทาง จนกระทั่งมาขยับสกอร์นำไปเป็น 2-0 จากความยอดเยี่ยมของ เอแด็น อาซาร์ รับลูกโหม่งชงของ ดีเอโก้ คอสต้า จากวงกลมกลางสนาม ก่อนกระชากหนีแนวป้องกันของทีมเยือนถึง 5 คน หลุดเข้าเขตโทษด้านขวา แล้วยิงสวนตัว ปีเตอร์ เช็ก เข้าไปอย่างยอดเยี่ยม

น.67 เชลซี ยังคงเป็นฝ่ายสร้างโอกาสลุ้นจบสกอร์ได้เหนือกว่า เปโดร จิ้มบอลย้อนคืนหลังเยื้องมาทางหน้าเขตโทษด้านซ้ายให้ มาร์กอส อลอนโซ่ ซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่บอลพุ่งไปติดบล็อก

น.78 อาร์เซน่อล จำเป็นต้องเร่งเครื่องบุกอย่างหนัก เพื่อเอาประตูคืน มีโอกาสลุ้นใกล้เคียง สโคดราน มุสตาฟี่ ครอสบอลจาหน้าเขตโทษด้านขวาเข้าในให้ แดนนี่ เวลเบ็ค โหม่งเช็ดเปลี่ยนทางเบาๆ กูร์กตัวส์ ปัดปลายมือทิ้งออกหลัง

น.78 อาร์เซน่อล ได้โอกาสลุ้นจากจังหวะต่อเนื่อง จากลูกเตะมุมทางด้านซ้าย เมซุต โอซิล เปิดโค้งเข้าเขตโทามาให้ สโคดราน มุสตาฟี่ วิ่งโฉบมาโหม่งที่เสาแรกโล่งๆ แต่บอลหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย

น.85 เชลซี เล่นแบบสบายๆ ไม่กดดัน จนมาได้ประตูหนีห่างไปเป็น 3-0 เป็นได้โชค 3 ชั้น ในจังหวะที่ กาเบรียล เปาลิสต้า ทุ่มคืนหลังมาให้ ปีเตอร์ เช็ก เตะเปิดเกมแป๊กมาเข้าเท้า เชส ฟาเบรกาส ที่เพิ่งถูกส่งลงสนาม รับส้มหล่นใบโต แล้วตักโด่งเข้าไปแบบนิ่มๆ

น.90+1 อาร์เซน่อล มีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อมาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-3 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บออกมาได้ 1 นาที นาโช่ มอนเรอัล เปิดบอลจากฝั่งซ้ายโค้งเข้าเขตโทษให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โฉบขึ้นโหม่งที่เสาแรก บอลผ่านมือ กูร์กตัวส์ เบียดมุมเสาแรกเข้าไป

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ อาร์เซน่อล ไปด้วยสกอร์ 3-1 เก็บแต้มเพิ่มเป็น 59 คะแนน หนี “ปืนใหญ่” ที่แต้มหยุดอยู่ที่ 47 แต้ม ออกไปเป็น 9 คะแนน

รายชื่อผู้เล่น เชลซี (3-4-3)
ติโบต์ กูร์กตัวส์ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ดาวิด ลุยซ์, แกรี่ เคฮิลล์ – วิคเตอร์ โมเซส (เคิร์ต ซูม่า น.88), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เนมานย่า มาติช, มาร์กอส อลอนโซ่ – เปโดร โรดริเกซ (วิลเลี่ยน น.84), ดีเอโก้ คอสต้า, เอแด็น อาซาร์ (เชส ฟาเบรกาส น.84)
สำรองไม่ได้ใช้
อัสเมียร์ เบโกวิช – จอห์น เทอร์รี่, นาธาเนียล ชาโลบาห์, มิชี่ บาตชูอายี่

รายชื่อผู้เล่น อาร์เซน่อล (4-2-3-1)
ปีเตอร์ เช็ก – เอ็คตอร์ เบลเยลิน (กาเบรียล เปาลิสต้า น.17), สโคดราน มุสตาฟี่, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ฟรองซิส โกเกอแล็ง (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.65) – ธีโอ วัลค็อตต์, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้ (แดนนี่ เวลเบ็ค น.70) – อเล็กซิส ซานเชซ
สำรองไม่ได้ใช้
ดาวิด ออสปิน่า – คีแรน กิ๊บบ์ส, ไอน์สลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส, เจฟฟ์ ไรน์-อเดเล็ด