หงส์คืนอันดับสอง โดนก่อนพลิกเอาชนะด้วยสกอร์ 4-1

By | 28/12/2016

ลิเวอร์คืนอันดับ2
ลิเวอร์พูล” ฟอร์มยังเดือดเช่นเดิม เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก “สโต๊ค ซิตี้” บุกมายิงประตูนำตั้งแต่ต้นเกม แต่กลับมารัวคืน 4 ลูกรวด พลิกเอาชนะไปขาดลอย 4-1 ยึดคืนรองจ่าฝูง พร้อมทำแต้มไล่ “เชลซี” เหลือ 6 คะแนน ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 18 ของฤดูกาล 2016-17 แมตช์บ็อกซิ่งเดย์ แข่งขันวันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2559 เป็นการพบกันระหว่าง ลิเวอร์พูล ก่อนลงสนามอยู่ที่อันดับ 3 ของตาราง เก็บแต้มไปแล้ว 37 คะแนน เปิดรัง แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ สโต๊ค ซิตี้ ทีมอันดับ 12 ของตาราง มีอยู่ 21 คะแนน

ครึ่งแรก

น.6 ลิเวอร์พูล ได้ทักทายก่อน จากลูกเตะมุมสั้นทางฝั่งขวา ก่อนที่ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดูม จะไหลขวางมาหน้าเขตโทษให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ง้างเท้าแปด้วยขวาเน้นๆ แต่บอลโค้งโด่งข้ามคาน

น.12 สโต๊ค บุกน้อยกว่าก็จริง แต่กลับเป็นฝ่ายบุกมายิงประตูขึ้นนำ 1-0 ต่อหน้าสาวก “เดอะ ค็อป” จากจังหวะที่ เอริค ปีเตอร์ส เก็บบอลจังหวะสองทางฝั่งซ้ายแล้วเปิดโค้งเข้าเขตโทษให้ จอน วอลเตอร์ส วิ่งสอดมาโหม่งที่เสาแรก มิโญเลต์ ปัดโดนแต่ไม่พน บอลปลิ้นเข้าประตูไป

น.16 ลิเวอร์พูล กลับมาตั้งหน้าตั้งตาบุกอีกครั้ง มีโอกาสลุ้นจบสกอร์ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ไหลบอลย้อนคืนมาให้ เจมส์ มิลเนอร์ วิงสอดมาปั่นด้วยขวา 25 หลาหน้าเขตโทษ แต่บอลโด่งข้ามคาน

น.18 สโต๊ค โต้กลับมาน่ากลัว หวิดยิงประตูที่ 2 จอน วอลเตอร์ส กระดกบอลโด่งให้ โจ อัลลน ดูดบอลลงในเขตโทษด้านขวา ก่อนโยกหลอกเข้าไปซัดมุมแคบ มิโญเลต์ ล้มตัวใช้ขาเซฟไว้ได้หวุดหวิด

น.24 ลิเวอร์พูล มีโอกาสใกล้เคียงจะทวงประตูคืน เดยัน ลอฟเรน โยนบอลจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษ ไรอัน ชอว์ครอสส์ โหม่งสกัดมาเข้าทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แต่งบอลหาเหลี่ยมแปด้วยขวามุมแคบ บอลไปติดบล็อกตัวคุมเส้น

น.35 ลิเวอร์พูล เดินเครื่องบุกกดดันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะมาตามทวงประตูคืนตีเสมอเป็น 1-1 ซาดิโอ มาเน่ เปิดบอลจากฝั่งขวายัดเข้าใน อดัม ลัลลาน่า เหมือนจะจำบอลลั่นไปแล้ว แต่ เกล็น จอห์นสัน ดันไม่สกัดทิ้งกลายเป็นหยุดบอลให้ ลัลลาน่า ตามมาแตะบอลยิงยัดมุมแคบเข้าไป

น.44 ลิเวอร์พูล ปรับโมเมนตัมของเกมกลับมาได้แล้ว จนกระทั่งมายิงประตูพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 ในช่วงท้ายครึ่งแรก เจมส์ มิลเนอร์ ลากตัดจากฝั่งซ้ายเข้าใน แล้วไหลเข้าเขตโทษให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แต่งบอลหนึ่งจังหวะแล้วหลอกพลิกยิงด้วยซ้ายทันที บอลพุ่งเรียดเสียบโคนเสาสอง

.
หมดครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ สโต๊ค 2-1

ครึ่งหลัง

น.50 ลิเวอร์พูล กลับมาต่อครึ่งหลังด้วยความคึกคัก มีโอกาสลุ้นหวาดเสียว เจมส์ มิลเนอร์ ขึ้นเกมรุกทางฝั่งซ้ายแล้วจ่ายเข้าในมาให้ ซาดิโอ มาเน่ ทำชิ่งหนึ่งสองย้อนคืนมาให้ มิลเนอร์ วิ่งเข้ามากดด้วยขวาทันที แต่บอลหลุดเสาไกล

น.60 ลิเวอร์พูล เล่นด้วยความมั่นอกมั่นใจ ประตูที่สามจึงตามมาในช่วง 1 ชั่วโมงของเกม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไหลบอลทะลุช่องเข้าเขตโทษด้านซ้ายให้ ดิว็อก โอริกี้ พยายามตบกลับเข้าในหวังให้ ซาดิโอ มาเน่ ที่เสาสอง แต่เป็น จานนี่ อิมบูล่า แหย่เท้าสกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองให้ “หงส์แดง” หนีไป 3-1

น.61 ลิเวอร์พูล สร้างโอกาสลุ้นทำประตูต่อเนื่อง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ไหลบอลเร็วขึ้นหน้าให้ ซาดิโอ มาเน่ พลิกบอลหลบซัดด้วยซ้ายจากหน้าเขตโทษ แต่โดนไม่เต็มใบ บอลพุ่งเรียดหลุดเสาไกล

น.66 ลิเวอร์พูล ยังเป็นฝ่ายเดินเกมรุกรวดเร็วเช่นเดิม มีลุ้นอีกครั้ง เจมส์ มิลเนอร์ พาบอลลุยเข้าเขตโทษด้านซ้ายแล้วตักบอลโด่งข้ามไปเสาสองให้ นาธาเนียล ไคลน์ เทกตัวโหม่งเหน่งๆ แต่ ลี แกรนท์ ยังปัดได้

น.70 ลิเวอร์พูล มายิงประตูหนีห่างไปเป็น 4-1 แบบได้ส้มหล่นหลายกิโล เมื่อ ไรอัน ชอว์ครอสส์ ทะเล่อทะล่าจ่ายบอลคืนหลังไม่ดูตาม้าตาเรือ กลายเป็นถวายพานให้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่ลงสนามมาไม่ถึง 1 นาที เก็บบอลโยกหลอก ลี แกรนท์ ก่อนได้ยิงโล่งๆ เข้าไปนิ่มๆ

น.78 สโต๊ค พยายามกลับมาตั้งหน้าสู้ มีโอกาสลุ้นจบสกอร์จากจังหวะที่ ปีเตอร์ เคราช์ ไขว้บอลมาให้ อิบราฮิม อเฟลลาย ดึงหลอกหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวาเต็มข้อจากหน้าเขตโทษ แต่บอลพุ่งโด่งข้ามคาน

จบเกม 90 นาที ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ สโต๊ค ไปขาดลอย 4-1 เก็บแต้มเพิ่มเป็น 40 คะแนน ยึดอันดับ 2 คืนมาได้ พร้อมตามหลัง เชลซี จ่าฝูงอยู่ 6 คะแนน

รายชื่อผู้เล่น ลิเวอร์พูล (4-3-3)
ซิมง มิโญเลต์ – นาธาเนียล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, รักนาร์ คลาวาน, เจมส์ มิลเนอร์ – อดัม ลัลลาน่า (เอ็มเร่ ชาน น.69), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโญ่ ไวนัลจ์ดูม – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (อัลแบร์โต้ โมเรโน่ น.79), ดิว็อก โอริกี้ (แดเนียล สเตอร์ริดจ์ น.70)
สำรองไม่ได้ใช้
ลอริส คาริอุส – ลูคัส เลว่า, โอวี เอยาเรีย, เบน วู้ดเบิร์น

รายชื่อผู้เล่น สโต๊ค ซิตี้ (4-2-3-1)
ลี แกรนท์ – เกล็น จอห์นสัน, ไรอัน ชอว์ครอสส์, บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้, เอริค ปีเตอร์ส – เกล็นน์ วีแลน (รามาดาน โซบี น.66), จานนี่ อิมบูล่า – มาเม่ ดิยุฟ (อิบราฮิม อเฟลลาย น.75), โจ อัลเลน, จอน วอลเตอร์ส – ปีเตอร์ เคราช์ (วิลฟรีด โบนี่ น.84)
สำรองไม่ได้ใช้
เชย์ กิ๊ฟเว่น – ชาร์ลี อดัม, เซอร์ดาน ชากิรี่, โบยาน เกร์กิช

 

แหล่งที่มา : http://taloomball.com/หงส์พลิกทุบหม้อ4-1